00 ปาท่องโก๋ ตลาดซอยประชุม
01 ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เหล่าโหงว
02 ข้าวต้มปลา ซอยคอนแวนต์
03 บุปเฟต์อาหารญี่ปุ่น ทาคุมิ
04 เกาเหลาเลือดหมู ข้างโรงเรียน
05 หอยเชลล์เผา วัดตึก
06 ปูนึ่ง ประชาอุทิศ
07 ส้มตำ ต้มแซบ หน้าบางมด
08 สเต็ก สามย่าน
09 ก๋วยเตี๋ยวเรือ ท่าสยาม
10 หมูกระทะ ปลาทอง
11 ไอติมมะม่วงพริกเกลือ ไอเบอรี่
12 ไอติมมะม่วงน้ำปลาหวาน เอเต้
13 ข้าวต้มเลือดเป็ด เยาวราช
14 ก๋วยจั๊บ เยาวราช

I’m taking a holiday on 10-14 Aug 2009, so my school’s finished date will be postponed to 4 Sep, just 2 days before I fly back to Bangkok (6Sep)

Thus, I’ve planned many day trips to as many places as I can ^w^ and tried to find as cheap tour as i can.
(It’s still quite costly, but I might regret if I don’t go travelling before I go back to Thailand and it may cost more than this to come back here again. I should go right?? hahaha)

note's trip

วันนี้ตื่นมาก็ไม่ได้เป็นไรหรอก แค่รู้สึกว่า ลิ้นส่วนที่อยู่ติดกะฟันกรามจะเป็นแผลร้อนใน.. มันเลยครูดไปครูดมากับฟัน ทำให้เจ็บหูมากมายอ่ะ สงสัยจะโดนเส้นประสาทพอดี T^T ฮือ..

แล้วพอสายๆก็เริ่มไอแค่กๆ ก็เลยพยายามกินน้ำ แต่รู้สึกยิ่งกินก็ยิ่งแย่ชอบกล

เลยทั้งเจ็บคอ เจ็บลิ้นแหละเจ็บหู แง้.. T^T

เริ่มระแวงๆว่าไข้จะขึ้นมะเนี่ย.. ไม่สามารถวัดอุณหภูมิตัวเองได้เลย ปกติก็มือเย็นเพราะอากาศหนาว.. พออยู่ในห้องก็เปิดฮีตเตอร์ หน้าร้อนไปหมด คาดว่าน่าจะร้อนเพราะฮีตเตอร์มันเผาหน้า..

มะกี๊เลยโด๊ปวิตามินซี และยาแก้แพ้ไป น่าจะช่วยเรื่องภูมิแพ้ไปได้หน่อย

..อยู่ที่นี่นี่ เดินตามถนนนี่อากาศเลวร้ายมาก มีแต่คนสูบบุหรี่ ประเทศพัฒนาแล้วแต่ท่าทางจิตสำนึกรักตัวเอง และคนรอบข้างจะยังไม่พัฒนา
แม้แต่ในสวนสาธารณะ เดินเข้าไป กะว่าจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์หน่อย.. มีแต่ควันบุหรี่ทั้งนั้นเลย .. อยากกลับเมืองไทย T^T ฮือ.. คาร์บอนมอนนอกไซด์ยังดมแล้วสบายอารมณ์กว่าเลยอ้ะ

เมื่อศุกร์ที่แล้ว ส่วนของ Reading เค้าให้ทำ General อ้ะ เพราะข้อสอบมีปัญหา.. แต่นอกเหนือจากนั้นเป็น Acedemic

  • Reading:     8.5 
  • Listening:   8.5
  • Writing:      6.5 T^T ชิ..
  • Speaking     ไม่มีคนให้คะแนนอีกตามเคย สมมติว่าได้ซัก 6.0

4 parts รวมกัน หารสี่ได้ 7.375 แล้วทำไงต่ออ้ะ..ปัดขึ้นมั๊ง.. เป็น 7.5

โอ้วว้าว.. คะแนนดูดีมากๆ 555555

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ใช้ตังไปเยอะสุดๆ จ่ายอย่างต่อเนื่องมากๆ
เริ่มจากเสาร์ที่ 27June09 มิ้งบินมาซิดนีย์ ก็เลยไปกินข้าวกัน..
เสาร์ถัดมา 5July09 ต่ายบินมาซิดนีย์ ก็เลยไปกินข้าวกะต่าย.. เสียไปอีก $25 ที่ร้านอาหารไทย
ต่อด้วยวันอาทิตย์ ไปเที่ยว!!! Port Stephens
พอดีดามาจาก Melboune ก็เลยนั่งรถไปกัน เช่ารถไป มีเพื่อนดาอีกสองคนเป็นคนขับให้ ออกจากซิดนีย์ไปประมาณ สองถึงสามชั่วโมงก็ถึง
ไปเล่น Sand Boarding กันก่อนช่วงสายๆ ไปถึงบรรยากาศเหมือนกลางทะเลทรายมากๆ เพียงแต่ว่าอากาศมันเย็น.. ถือว่าเวิกมากที่มาช่วงที่อากาศเย็น ถ้ามาตอนร้อนๆนี่คงจะแย่มากๆอ้ะ ร้อนตาย..

SandDune-NoteDa

ในรูปนี่คือ สไลด์ลงมาเรียบร้อยแล้ว.. ยืนบนบอร์ดถ่ายรูปเฉยๆ ฮิๆๆๆ

ต่อด้วยไปดูปลาวาฬกัน ตอนแรกนั่งเรือออกไป ก็ไม่เจอปลาวาฬซักที.. แต่พอเจอที ก็จะเริ่มเจอเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เห็นมันชัดๆซักเท่าไหร่ เห็นระยะห้าสิบเมตรได้อ้ะ แถมเห็นแวบๆ แค่หลังกะครีบมันเอง มันไม่ได้กระโดดโชว์ เหอะๆๆ  ละก็เห็นปลาโลมา ว่ายมาเป็นฝูงอยู่ลิบๆ

06-WhaleWatching

ทริปนี้จ่ายไปประมาณ $150 ได้

ต่อด้วยวันอังคาร 7July นัดเจอกะเมย์ เมย์เรียนโทอยู่ที่ซิดนีย์ไม่เคยเจอกันเลย แต่เพราะดามาซิดนีย์ ก็เลยนัดกันทีเดียวเลย จะได้ไม่เปลือง.. ไปกินแพนเค็กที่Harbour Sideกัน จ่ายไปอีก $15

ต่อด้วยวันศุกร์ ไม่มีใครอยู่บ้าน เลยไม่ได้ทำแซนวิชไปกิน เลยไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก ไปกินส้มตำ กะต้มแซบกันที่ร้าน แซบไทย (เพราะเมย์บอกว่าร้านนี้อร่อยกว่าส้มตำเมืองไทยอีก..) หารๆกันแล้วตกคนละ $7.50 ถือว่าราคาพอรับได้.. แต่ว่า ไม่ได้หยุดแค่นั้น ต้มแซบมันเผ็ดไปหน่อย กินแล้วแสบท้องมาก เลยไปหาขนมไทยกันกินต่อ = =’ ไปที่ร้านชาติไทย เป็นร้านที่ค่อนข้างดังละมั๊ง กินข้าวเกรียบปากหม้อกะสาคู แล้วก็ขนมครก แล้วก็มันบวช เสียไปอีก 4.20  แล้วก็ต้องซื้อของกินกลับบ้านด้วย..

แต่รายจ่ายมันทำท่าว่าจะไม่หยุดแค่นั้น เพราะรับปากเพื่อนไปว่าจะไปกินอาหารบราซิลด้วย.. ตกลงไปแล้วก่อนจะรู้ราคา ว่ามันเป็นบุปเฟต์ ราคาเกือบๆจะ $40 O_o’ แพงโคดดดด
แต่ได้ยินว่ามีเพื่อนคนนึงทำงานอยู่ร้านนั้น ไม่รู้จะลดให้ได้รึเปล่า
เดี๋ยววันอังคารไปกินก็คงได้รู้..สงสัยจะต้องอดอาหารเช้า อาหารกลางวันเป็นพิเศษ

04-SandDune

==========

ส่วนเรื่องเรียน ตอนนี้เรื่อยๆมากอ้ะ สอบจน”เกือบ” จะชิน
แต่กะลังคิดอยู่ว่าควรเลือกสอบแบบไหนดี ระหว่าง Academic กับ General Training
เมื่อวันศุกร์ 10Jul ก่อนสอบครูเค้าถามว่าจะสอบแบบไหนดี โน้ตก็ทำท่าคิดๆๆ เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจ (ศุกร์ที่แล้วขอเค้าลองสอบ General ไปรอบนึง แล้วรู้สึกreadingง่ายกว่าเยอะ ทำเสร็จละไม่เหนื่อยมาก.. เพียงแต่ว่าข้อสอบ writing ต้องแต่งเรื่องโกหก ซึ่งอันนี้นี่เปลืองแรงสมองมาก) พอทำท่าคิด จัสตินก็เชียร์ Academic! Academic! Academic! ^^’ ก็เลย..เอ่อ Academic ก็ได้.. ละจัสตินบอกว่า you need chalenge..  (อืมม ก็จริง..ง่ายๆก็ไม่หนุกดิเนอะ) แต่พอเค้าแจกข้อสอบมา ปรากฎว่าข้อสอบreading ของ Academic มีปัญหา เค้าเลยให้สอบ readingของ general แทน 5555 ดีอ้ะ.. สบาย..

เท่าที่สอบๆมา ตอนนี้คะแนนIELTS เฉลี่ยๆแล้ว

  • Reading  Acedemic : 5.5 / General Training: 7
  • Listening: 7
  • Writing: 6.5
  • Speaking: อันนี้ไม่รู้ ไม่เคยมีใครให้คะแนนซักทีอ้ะ

เด๋วพรุ่งนี้ ซาเนียก็กลับมาจากพักร้อนละ (ฝรั่งนี่เมากมาย ขอพักร้อนได้ทีเป็นเดือน ต่างจากบ้านเราลิบลับ พักติดกันเกินสองวันนี่เป็นเรื่อง.. แถมหยุดได้แค่ปีละหกวันตามกฎหมายอีกตะหาก)

พอเขียนคะแนนออกมาแบบนี้แล้ว.. น่าสอบ General Training มากกว่าเนอะ มันไม่เครียดแถมคะแนนดูดีอีกตะหาก ฮ่าๆๆๆๆ

วันนี้ไปสอบ Practise IELTS มา..

หลังจากที่เมื่อวานออกไปบาร์ตั้งแต่หลังเลิกเรียน ฮ่าๆๆ ฟังดูแย่จัง จริงๆไม่มีไรหรอก แค่ไปนั่งเม้ากะเพื่อนๆในห้องเรียนเก่า เม้าภาษาอังกฤษด้วย!! จนถึงหกโมง ตามที่นัดกะเพื่อนๆและครูห้องใหม่ ห้องIELTS ไว้

ก็เปลี่ยนไปนั่งคุยกะเพื่อนใหม่แทน คราวนี้ล่ะใบ้กินเลย ไม่รู้จะพูดไรดี ไม่มีหัวข้อ ชื่อก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เหอๆๆ แถมนั่งข้างๆครูคนใหม่ ชื่อซาเนียมั๊ง แล้วตอนสองทุ่มกว่าๆก็ย้ายไปกินข้าวเย็นกันที่ Madang เป็ฯร้านอาหารเกาหลี ที่เค้าบอกว่าอร่อยสุดแล้วในย่านนี้..

มันก็อร่อยจริงๆแหละ พูดละอยากกินอีก..

กว่าจะเลิกก็สี่ทุ่ม กลับถึงบ้านก็สี่ทุ่มครึ่ง อาบน้ำอีก..  ก็เลยง่วงๆ นอนดีกว่า กะว่าพรุ่งนี้ตื่นมาอ่านตอนตีห้าละกัน..

ปรากฏว่า.. ไม่ตื่นอ้ะ ตื่นจริงๆ หกโมงสี่สิบห้าได้ เหอๆๆๆ ก็เลยได้แค่เซิชๆหาพวก linking word ไว้เขียน writing นิดหน่อย กะดูพวกวิธีบรรยายกราฟแล้วจำไว้เผื่อเขียนนิดนึง แล้วก็ไปอ่านๆตัวอย่างที่หนังสือบรรยายบนรถไฟต่ออีกสิบห้านาที..

พอไปสอบ writing เป็นอย่างแรกที่สอบ ถือว่าผ่านไปด้วยดี คือสามารถทำได้เสร็จทันเวลา รู้สึกว่าเขียนบรรยายกราฟได้ดูลื่นไหลใช้ได้ แต่มีปัญหาตรงที่ไม่รู้จะใช้tense ไรดี เพราะมันเป็นเรื่องของ projected sales เป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวจากอดีตถึงอนาคตนู่นเลย ก็เลยเขียนมันเป็น present simple ไปหมดซะเลย เหอๆๆๆ .. ไม่รู้นี่นา ไม่มีใครสอนอ้ะ วีคนี้เค้าไม่สอนบรรยายกราฟเลยซักติ่งนึง

มาอย่างที่สองเป็น Reading ..อันนี้ผิดหวังสุดๆอ้ะ ทำไม่ทันไปsection นึง เว้นไว้ไม่ได้ตอบแบบเป็นสิบข้อได้.. อ่านไม่ทันอ่า เหมือนจะเป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิค บวกตื่นเต้นเล็กน้อย เลยเสียเวลาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกๆๆๆจนทำไม่เสร็จ .. ไว้คราวหน้าจะอ่านสามบทความ บทความละยี่สิบนาทีเป๊ะๆให้ได้..

อย่างที่สามเป็น listening อันนี้ก็ จัดว่าพอถูไถไปได้ เหมือนหลุดไปบางช่วง แต่พอจะจับใจความมั่วๆตอบไปให้ครบทุกข้อได้ เหอๆๆๆ แต่ไม่รู้คะแนนจะเป็นยังไง

ส่วนสุดท้าย speaking อันนี้ไม่ได้สอบกับครูอ้ะ เค้าให้จับคู่กะเพื่อนในห้องแล้วสลับกันเป็นคนสัมภาษณ์ ซาเนียจับคนที่ติดอ่างให้คู่กะโน้ตอ้ะ = =’ ฟังละเหนื่อยสุดๆๆๆๆๆ

ก็โอเค.. สอบครั้งแรก อย่าซีเรียสๆ (ปลอบตัวเองอยู่)

ช่วงนี้นอนดึกเพราะแช็ทเพลินไปหน่อย ตื่นเช้ามาเลยต้องโดปกาแฟ เลยรู้สึกว่ากลางคืนหลับไม่ค่อยสนิทยังไงไม่รู้ แถมรู้สึกว่าตัวเองฝันเรื่องไรไม่รู้แปลกๆ เหมือนวันนี้ ถ้าจำไม่ผิด ฝันว่าเอนท์ไม่ติด = =’ เฮะ..

วันนี้เรียน General English วันสุดท้ายละ รู้สึกอาลัยอาวรอย่างบอกไม่ถูก เหอๆๆ ให้อารมณ์เหมือนจะไม่มีเวลาว่างๆแล้วยังไงไม่รู้ เหอๆๆๆ เริ่มเครียดเล็กๆ

วันนี้ตอนเค้าแจกใบCert. เค้าก็ประกาศ Intermediate.. bla bla bla ก็ออกไปรับงงๆ ไหนว่าจะให้ Upper ไง.. พอจะเดินกลับห้อง เจอครูที่สอนทุกคน ทุกคนก็บอกว่าให้ไปคุยกะ Sasha เค้าอยากเจอหน้า สงสัยมันจะเป็นระเบียบของเค้าอ้ะ ต้องคุยกะอาจารย์ใหญ่ก่อน..

ตอนเย็นเลิกเรียนก็เลยไปยืนคอยๆอยู่แถวซีเซฟชัน เพราะรีเซฟชันที่รับเรื่องไว้ตอนกลางวันหายตัวไปไหนไม่รู้.. ก็เจอซาช่า เค้าหลุดพ้นจาก นร.อีกคนก็รีบไปถามเลย can I talk to you now? เค้าตอบมา NO you can’t! O_o อึ้งดิ..ไรว้า.. i’m busy right now. you can talk to me after 3.30  ก็เลย อืมๆ โอเค รอก็ได้ ตอนนั้นสามโมงสิบได้มั๊ง รอๆๆจนสามโมงครึ่ง เค้าก็โผล่มา โอเค ตรงเวลาดีมาก.. เค้าก็เดินนำไปหาห้อง แต่ไม่มีห้องว่าง เค้าก็เลยบอกว่าโอเค คุยกันตรงทางเดินนี่แหละ ก็เลยแนะนำตัวไป my name’s Nattaporn. I’m in Intermediate.. พูดไปแค่เนี้ย เค้าก็ OK. I know your story(คิดในใจ what “story” wa?? sounds a little bit negative with this word).will u come to school tomorrow?? yes.. you can have your certificate tomorrow. = =’ ระยะเวลาที่คุยนี่ ยาวพอๆกะที่เจอกันรอบแรกเลยนะ.. ไรว้า..

แต่ก็เอาเหอะ ไม่ต้องพูดมาก ฮ่าๆๆๆ

วันนี้กลับมาบ้าน เค้าพาไปกินอาหารญี่ปุ่น กินเนื้อย่าง โฮ่.. ราคาแพง ยิ่งแพงยิ่งอ้วน แบบว่ามีไขมันแทรกซึมในทุกอนูของเนื้อ แต่มันจะนุ่มมาก (แต่กินๆไป รู้สึกเหมือนกินหมูปิ้งส่วนที่เป็นมันอ้ะ..หอมอย่างงั้นเลย น่าจะอ้วนอย่างงั้นเลยด้วยเหมือนกัน) เค้าบอกว่าเมืองไทยขายโลละหกพัน โฮ่.. ครั้งเดียวเกินพอ.. (ไม่ดีต่อสุขภาพสุดๆ)

=============

วันก่อนนู้นนนน(29May) อัพบล็อกเรื่องไปเที่ยว Taronga Zoo ไม่รู้มันหายไปไหนได้ยังไงอ่า.. จำไม่ได้ละว่าอัพไรไป แต่ไปเที่ยวมาเมื่อศุกร์ที่แล้ว 22.50 + 10ค่ารถเมล์ ถูกกว่าค่าเข้าปกติเยอะเลย จากปกติ 41 แน่ะ..

จิงโจ้ไม่น่ารักเหมือนที่คิด มันดูห่อเหี่ยวชอบกล ไม่กระโดดด้วย มันนอนนิ่งๆง่ะ แต่ที่ชอบคือ Red Panda น่ารักมากๆๆ เหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต ฮิๆ สวนสัตว์ที่นี่จัดแสดงดีมากเลยอ่ะ บรรยากาศก็ร่มรื่นน่าเดิน.. อ้อ ยีราฟที่นี่ตัวอ้วนๆอ้ะคอสั้นกว่าเมืองไทยด้วย ฮ่าๆๆ

แล้วตอนเย็นก็ฝนตกนิดหน่อย แต่ตั้งใจว่าจะไปดู opera house ดูงาน VIVID Sydney อ้ะ มันมีงานชื่อ lighting on sails จะฉายแสงขึ้นไปบนหลังคาโอเปราเฮ้า..
เพื่อนๆหนีไปทำงานกะกลับบ้านกันหมดแล้ว ก็เลยไปคนเดียว อาร์ตสุดๆ ฝนตกพรำๆ แต่แบกกล้องไปนั่งถ่ายหลังคา หุๆๆๆ.. มันก็ดูสวยดี.. แต่ถ่ายออกมาแล้วหารูปชัดไม่ได้เลย เหอๆๆ

operahouse

penguin

redpanda

============

เมื่อวันอังคาร 2June ก็ไปมาอีก พอดีวันนั้นโดนเพื่อนลากไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ต เลยเกิดอาการอยากกินเสต็กขึ้นมา เลยชวนกันไปกิน มันมาเป็นชุดอ้ะ เสต็กกะมันกะแอลกอฮอล์แก้วนึง เลยเลือกไวน์แดงไป จ่ายไป $9.95 เสร็จละต้องการเดินย่อย เลยเดินไปโอเปราเฮ้าส์กัน..  มันก็ยังมีแสดงอยู่นะ แถมลายก็คนละแนวกับวันก่อนด้วย ลายเหมือนช็อกโกแล็ตละลายๆ ฮ่าๆๆ เสร็จละปูอยากกินแพนเค็ก ก็เลยโดนลากไป Pancake on the Rock ด้วย.. เดอะร็อกเป็นชื่อพื้นที่แถวนั้นมั๊ง มันอยู่ติดกะcircular quay ตรงที่มี opera house อยู่..

ตอนกลับก็เดินกลับทาง George St ที่คนพลุกพล่านหน่อยๆ เลยเจอแอนมารี(ครูที่โรงเรียน)อ่ะ เดินสวนมาพอดี เลยทักกัน ตอนสามทุ่ม เหอๆๆ ไม่กลับบ้านกันเนาะ เค้าบอกว่าจะไปฟังแจ๊ส.. อืมม เลยเผลอถามไปว่า do u listen to jazz?? แล้วทำหน้าแบบ ไม่เชื่อหน้าตาแบบนี้จะฟังแจ๊ส เหอๆๆๆ (เผลอกวนตีนไม่รู้ตัวอ้ะ..มันอยู่ในสัน..จริงๆ)

=============

อ้อ อาทิตย์ที่แล้ว 25May มีครูมาใหม่มาสอนแทนKaren ชื่อ Julia เค้าก็ดูเด็กๆอ่ะ วิธีพูดอะไรงี้ ท่าทางจะประหม่าหน่อยๆเพราะพึ่งมา.. แล้วมีวันนึงเค้าเดินมาตรวจงานในหนังสือ เค้าก็บอกว่าเขียนตัวเล็กมาก เค้าแก่แล้วมองไม่เห็น ก็เลยถามไปว่าอายุเท่าไหร่ เค้าบอกว่า 24 O_o โอ้ว รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่มีครูเด็กกว่า ฮ่าๆๆๆๆ (แต่คนนี้หน้าตาบอกวัยใช้ได้เลยนะ เพราะปกติฝรั่งจะดูแก่กว่าอายุเยอะๆ คนนี้มองละพอเดาได้ว่าอายุใกล้ๆกัน แต่โน้ตหน้าเด็กกว่าอยู่ดี กร๊ากกกก)

================

วันอาทิตย์ก่อน 31May ไปช่วยปูย้ายบ้าน แล้วก็เลยไปกินซูชิจากหมุนกัน มีเพื่อนอีกสามคนไปด้วยกัน เค้าคิดราคาเท่ากันทุกจาน $2.50 แต่ที่เจ๋งสุดคือ ปูนิ่ม!! สองชิ้นใหญ่ๆ $2.50 เท่ากัน ได้ใจสุดๆอ้ะ >_<  (หลังจากวันอาทิตย์นั้น เลยเซฟตังสุดๆ ใช้เงินเกินงบที่ตั้งไปตั้งสิบกว่าเหรียญแน่ะอาทิตย์ที่แล้ว แต่ว่าเด๋วอาทิตย์นี้เพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันเค้านัดไปปาร์ตี้อ้ะ.. ไม่รู้จะเป็นยังไง จะจ่ายเยอะแค่ไหน แต่คงไม่กินแอลกอฮอล์เยอะอ้ะ เปลือง เหอๆๆๆๆ)

Living in Sydney made me consider about being a second-hand smoker. Amount of people smoking on the street here are incredible high comparing to a so-called undeveloped country like Thailand. When any issues about smoking are raised, I cannot stop myself from supporting rights of non-smokers. Personally, I think that tobacco should not exist in the world. The reason why tobacco is still legal is that tobacco’s company can rule the world. I think it’s unfair to blame only smokers about smoking. Business firms, government, and other organisations related to this should be blamed too.

Although the state can earn lots of money from tobacco tax, smokers should not have right to free medical care from the state. My first reason is that, not only smokers are ill, but also second-hand smokers have to face lung cancer and thousands of them die annually. Thus, that amount of money earned from tobacco tax should be used to cure people who really love their lives, not to support those who ruin somebody else’s life.

The second reason is that this would be another way to tell smokers how bad it is to smoke. If the state didn’t support them, they might start thinking about saving their money to cure their serious illness in the future themselves. And this may decrease quantity of purchasing cigarettes. Furthermore, instead of paying this amount of money to cure these smokers, the state can use this money in other useful ways to develop its people’s quality of life.

Nevertheless, this issue is really difficult to implement in real life as long as smokers know only that they have right to smoke, and don’t even care about the others. I would like to say that I could not agree more that smokers should not have the right to any free medical care from the state; also they should support the society in any other ways.

==============================

The passage above is my homework for my General English course :D
I’m not that serious person 555555555

If you find any mistakes.. please correct them in  the comment box!!

=========================

Aaaarrrrkkkks!!
 T^T  i’ve found out this morning that I’m incresibly FAT!!when i wore a T-shirt that’s normally fit.. the T-shirt become tight!!

T0T i must be on a diet!! no more chocolates.. no more nachos.. no more TimTam.. no more Mint Sliced

FAT T^T

เมื่อวานออกไปเที่ยวมา หุๆๆ

เนื่องจากเพื่อนๆชักชวนกันเหลือเกิน (จริงๆอยากอยู่บ้านนอนมากกว่า ง่วงสุดๆอ้ะตอนนั้น)
แต่ก็ออกไป เหอๆๆ ออกไปรอที่บ้านปู(ฟังดูเหมือนชื่อบริษัทเลย เหอๆๆๆ) รอคนอื่นๆ รอตั้งแต่สี่ทุ่ม ถึงห้าทุ่มครึ่งแน่ะ.. เลยนั่งกินลำไย(ลำไยใช้ไม้มลายป่าวหว่า) ที่ซื้อมาจากไทยทาวน์ก่อนกลับบ้าน แล้วก็เอาไปฝากแช่ไว้ในตู้เย็นบ้านปู เหอะๆ อย่อยอ้ะ.. ลำไยกระป๋องละ$2.60!! มีคนบอกว่าไม่แพง (แต่มันก็ให้เยอะจริงๆแหละ แต่ก็กินไม่เหลืออยู่ดี)

เพราะเพื่อนๆต้องทำงานกัน กว่าจะเลิกก็เลยดึก กว่าจะได้ไปก็เกือบเที่ยงคืนละ เหอๆ เข้าไปในผับ.. มันดูร้างๆชอบกล เพลงมันก็ไม่ค่อยสนุก เพลงมันเรื่อยๆเอื่อยๆ จนในที่สุด ก็เลยตัดสินใจ ไปคาราโอเกะกันดีก่า.. ร้องเอง เลือกเพลงเอง สะใจกว่า

ก็เลยได้ร้องเกะกัน ที่ไชน่าทาวน์ หุๆๆ พลาดไปหน่อย เลือกเพลง วัดใจ เร็วไปนิด เสียงหายเลย 55555  อยู่กันจนตีสามครึ่ง เค้าก็มาไล่กลับบ้าน เพราะเค้าจะปิดร้านละ (ที่นี่ปิดกันตีสี่)

ก็เลยย้ายกันไปนั่งกินhot chocolateกันที่ร้านแถวๆนั้น (กินแซนวิชไปด้วย)
จริงๆคือ นั่งรอเวลาให้ถึงตีห้า เพราะกว่ารถไฟเที่ยวแรกจะมาก็ตีสี่กว่าๆ ส่วนคนอื่นๆที่ต้องนั่งรถเมล์ รถมาตอนตีห้า

ก็เลยถึงบ้านตอนตีห้าครึ่งได้ .. แต่ยังไม่ได้นอนหรอก มานั่งโหลดซีรีย์ต่อ ฮ่าๆๆๆ
ตอนนี้กะลังติดเรื่อง How I met Your Mother ตลกดีอ่ะ แต่ว่าโหลดจากที่นี่มันช้ามากๆเลยอ่ะ T^T

อ้อ.. วันศุกร์ ช่วงที่กลับมารอที่บ้านก่อนจะออกไปใหม่ ก็นั่งโหลด แล้วก็โหลด iTune มาลงเครื่อง เพราะกะว่าจะลองเอาเรื่องนี้ลงiPodดู (หลังจากที่ไปเสียค่าโง่ลง firmware มา ยังไม่ได้ลองล้างiPodลงวีดีโอดูใหม่เลย)

เลยได้ค้นพบว่า Podcast เจ๋งมากเลย.. มันเป็นเวบเอาไว้โหลดพวกรายการaudio &  VDO ส่วนมากจะเป็นรายการแบบ weekly มีพวกรายการสอนภาษาอังกฤษเยอะเลย ก็เลยโหลดมาเยอะสุดๆ (แต่ไม่รู้จะได้ฟังเมื่อไหร่ ฮ่าๆๆ)

แล้ววันนี้ ก็ลองเอาวีดีโอลง iPod ดู.. ลงได้แล้ว!! เย้ๆๆ คุ้มกะค่าโง่ที่เสียไปคราวนู้น(งี้ก็ไม่ใช่ค่าโง่ละสิ คุ้มอยู่ๆ หุๆๆ)

วันนี้ตื่นมาเที่ยงกว่าๆ แล้วก็นั่งดู how i met your mother จนถึงเมื่อกี๊นี้
(ฝึก listening ไง หุๆๆๆๆ.. ขยันสุดๆเลยเห็นป่ะ .. พอดีเรื่องนี้ไม่มี subtitle ก็เลยต้องพึ่งหูตัวเองจริงๆ ดูไปขำไปได้ ก็แปลว่าพอถูไถแล้วล่ะ :D )

หลังจากที่เมือวานสอบ placement test ของ IELTS ไป จริงๆแล้วตอนเย็นเจอ Sasha(อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน) เค้าก็บอกว่า ตรวจข้อสอบเสร็จแล้ว โน้ตสอบผ่านนะ ให้ไปติดต่อ reception

วันนี้เจอmio (receptionist) เค้าก็ถามว่ารู้ผลสอบยัง เค้าฝากผลไว้กับรีเซพชันอีกคนเมื่อวาน ก็เลยบอกไปว่าเมื่อวานไม่ได้เจอ เค้าก็เลยบอกมาว่า คะแนนโน้ตสูงมาก แต่ว่ายังไงก็ต้องเรียน pre-IELTS ก่อนแปบนึง แล้วค่อยมูฟไปเรียน Advance-IELTS

อืมๆ ก็เลยโอเค ตกลงเริ่มเรียนวันที่ 8 June 09
เรื่องค่าเรียนก็ เสียค่าเปลี่ยนคอร์ส $50 + ค่าเรียนเพิ่มวีคละ$15 ทั้งหมดเท่าทีนับดูจะเป็น 12weeks พอดี (15*12) รวมละเป็น $230
เด๋วพรุ่งนี้เอาตังค์ค่าเปลี่ยนคอร์สไปจ่ายก่อน ห้าสิบดอล ละที่เหลือไว้ค่อยเคลียร์อีกที

วันนี้เพื่อนๆหนีไปทำงานกันหมดเลย ก็เลยเดินไปนั่งอ่านหนังสือเน็ตเวิร์กในHyde Park แต่มันหนาวๆง่ะ ละก็เบื่อๆ ง่วงๆ ก็เลยกลับบ้าน .. เอ๊ะ ไม่ดิ ก็เลยเป็นข้ออ้างให้เดินไปซื้อ TimTam มากินแก้เบื่อ ฮ่าๆๆๆ ได้มาอีกสองแพ็ค อ้ากกก.. (ช่วงนี้มันลดราคาอยู่ ก็เลยซื้อใหญ่เลย)

เฮ้อ.. พรุ่งนี้สอบอีกละ .. อาทิตย์นี้เรียนเรื่อง second conditional .. เรื่องเดิมๆ
If I were a bird, I would fly away…. 555555555 ประโยคพื้นฐานตอนม.สี่
If I won the lotter, I would travel around the world. ieieie

โอ้ว ไหนๆก็ไหนๆ ทำตัวมีสาระนิดนึง
สรุปสิ่งที่อ่านไปวันนี้

  1. hub ไม่สามารถแบ่ง collision domain ได้ วงเน็ตเวิร์กที่ใช้ hub แบ่ง เรียกว่า segment
  2. ถ้าใช้ switch/bridge จะสามารถแบ่ง collision domain ได้ แต่ก็ไม่ได้แบ่ง broadcast domain แต่อย่างใด ถ้ามีpacket ที่จ่าหน้าถึงแอดเดรสที่เป็น broadcast address สมาชิกทุกตัวในวงก็จะได้รับ แม้จะอยู่ต่าง collision domain ก็ตาม
  3. Router สามารถแบ่ง broadcast domain ได้ .. (ถ้าจำไม่ผิด การสื่อสารข้าม router จะนอกเหนือจากคอนเซปต์ของ LAN ซึ่งคือการ broadcast การทำงานของ router จะเป็นลักษณะ unicast และบางทีก็ทำ multicast ด้วย << แต่เรายังไม่เคยเรียนการทำ multicast)